บิ๊กคลีนนิ่ง การทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่?

การทำความสะอาดบ้านเรือนในแต่ละวันที่เราทำกันอยู่อย่างสม่ำเสมอนั้น ช่วยให้บ้านสะอาดสวยงามได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ต้องยอมรับว่า มีหลายส่วนของบ้านที่การทำความสะอาดรายวันอาจไม่เพียงพอ ยิ่งเมื่อเวลาผ่านไปนานๆนอกจากบ้านของเราจะเก่าทรุดโทรมไปอายุขัยของมัน ยังจำเป็นต้องได้รับการทำความสะอาดครั้งใหญ่ ที่เรียกกันว่า Big Cleaning และซ่อมแซมในบางจุด ซึ่งจะทำให้บ้านของเราดูสะอาดเอี่ยมไฉไลขึ้นมาเหมือนบ้านใหม่ได้ทั้งภายนอกภายใน โดยเราสามารถเลือกใช้บริการจากมืออาชีพหรือจะทำเองก็ได้ถ้าทำไหว

Big Cleaning คือ การทำความสถานที่ครั้งใหญ่ โดยเป็นการทำความสะอาดทุกส่วน ทุกพื้นผิว และจัดบ้านให้เป็นระเบียบเรียบร้อย รวมถึงการทำความสะอาดครั้งใหญ่หลังจากงานก่อสร้างหรือตกแต่ง การทำความสะอาดก่อนเข้าอยู่ และก่อนการย้ายออกในกรณีส่งคืนบ้าน การทำความสะอาดหลังน้ำท่วม ฯลฯ เพื่อให้บ้านสะอาด เป็นระเบียบ ถูกสุขลักษณะ ฟื้นฟูบรรยากาศและปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น

เราควรทำ Big Cleaning เองหรือจ้างมืออาชีพ

พิจารณาจาก 5 ปัจจัย คือ ปริมาณงาน เวลา แรงงาน ความสามารถ และเงิน ถ้าเรามีเงินน้อยต้องการประหยัด แต่มีเวลา แรงงาน และมีความรู้ความสามารถพอที่จะจัดการกับปริมาณงานทั้งหมดได้ ก็ทำเองไปเลย ไม่ต้องจ้างใคร แต่ถ้าเราไม่มีเวลา แรงงาน และความสามารถ แต่มีเงินก็น่าจะจ้างมืออาชีพมาทำเพราะนอกจากเราจะไม่เหนื่อยแล้ว มืออาชีพจะมีความชำนาญและน่าจะทำได้ดีกว่า นอกจากนี้ ทีมงานมืออาชีพยังรู้จักการใช้เครื่องมือหรือเคมีภัณฑ์พิเศษต่างๆที่ใช้กำจัดคราบหมักหมมได้ดีกว่าเราทำเอง โดยการจ้างคนทำ big cleaning จะประเมินตามขนาดพื้นที่เป็นตารางเมตร และคิดค่าบริการตามขนาดของบ้าน สภาพความสกปรกที่ต้องจัดการ ปริมาณของที่ต้องขนย้ายหรือขับรถบรรทุกเอาออกไปทิ้ง ระยะเวลา และจำนวนคนทำงาน

ขอบเขตของงาน Big Cleaning

เป็นการดูแลทำความสะอาดและดูแลรักษาบ้านทั้งหมดอย่างเป็นระบบที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพมากกว่าการทำความสะอาดรายวันหรือรายสัปดาห์ โดยทำความสะอาดทุกพื้นผิว อาทิ พื้น ผนัง เพดาน ระเบียง กระจก รางกระจก วงกบประตู หน้าต่าง รวมไปถึงโต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นที่อยู่ในห้องทุกห้องให้หมดจดทุกซอกทุกมุม แบบเน้นพิเศษอย่างทั่วถึงทั้งภายในและภายนอกของบ้าน โดยเฉพาะจุดที่ยากต่อการเข้าถึงด้วยอุปกรณ์ทำความสะอาดเฉพาะทาง ผู้ดูแลต้องมีความรู้ความชำนาญเป็นพิเศษ เช่น การกำจัดคราบเกรอะกรังในครัว การตัดแต่งสวน ขัดพื้นภายนอก การทำความสะอาดหลังคา หรือการขัดห้องน้ำให้ดูเหมือนใหม่ เพื่อความสะอาดที่มากกว่าการทำตามปกติรายวัน จนเห็นความแตกต่างระหว่างก่อนทำและหลังทำอย่างชัดเจน

ลักษณะของงาน Big Cleaning ประกอบด้วยอะไรบ้าง

ก็ต้องเข้าใจก่อนว่า big cleaning นั้นเป็นงานคนละส่วนกับงานซ่อมบ้านหรือปรับปรุงต่อเติมบ้าน เป้าหมายคือการทำความสะอาดทุกพื้นผิวของบ้าน ซึ่งจะแบ่งออกได้ตามประเภทพื้นผิวส่วนต่างๆ ได้แก่ พื้น ผนัง วอลเปเปอร์ หลังคา เพดาน เฟอร์นิเจอร์ ห้องน้ำและสุขภัณฑ์ ห้องครัวและอุปกรณ์ เตาประกอบอาหาร เคาน์เตอร์ครัว เครื่องสแตนเลส ปล่องท่อดูดควัน ประตู หน้าต่าง ผ้าม่าน มุ้งลวด เหล็กดัด มู่ลี่ พรม กระจกพร้อมบานกรอบและวงกบ โคมไฟและหลอดไฟ ล้างแอร์ พัดลมติดเพดาน รวมถึงพื้นผิวภายนอกอย่าง กำแพง รั้ว ประตูรั้ว กันสาด ระแนงบังแดด ท่อระบายน้ำ ลานซักล้าง ทางเดินรอบบ้าน ที่จอดรถ ตักล้างบ่อดักไขมัน ขัดล้างคราบน้ำมัน เช็ดล้างเครื่องจักร ดูแลและตรวจเช็คระบบน้ำและไฟ โดยเมื่อเก็บกวาดทำความสะอาดทุกอย่างแล้ว ก็ต้องเก็บขยะพร้อมนำไปหาที่ทิ้งให้ด้วย เพราะถ้าเราทำเอง แต่ไม่มีรถขนของหรือขยะจำนวนมากไป ก็จะมีค่าใช้จ่ายในการขนย้ายมากพอสมควร

ขั้นตอนในการทำ Big Cleaning

ไม่ว่าจะทำเองหรือจ้างก็จะคล้ายๆกัน โดยเริ่มจากการสำรวจ เก็บข้อมูล ถ่ายรูปบ้านทุกส่วนเอา ไว้ว่า สภาพก่อนทำของแต่ละจุดเป็นอย่างไร เพื่อจะได้รู้ว่ามีอะไรที่ต้องทำบ้าง จากนั้นก็จดลิสต์สิ่งที่ต้องทำเอาไว้ เพื่อที่ว่า ถ้าจะทำเองก็จะได้ไล่ทำให้ครบทุกจุดและวางแผนได้ว่าจะทำอะไรก่อนหลัง หรือถ้าจะจ้างก็ได้รู้ว่าต้องการให้เขาจัดการทำอะไรให้เราบ้าง โดยแบ่งตามลักษณะงานเป็นส่วนๆตามที่ยกตัวอย่างไว้ข้างต้น ตามด้วยการจัดเก็บคัดแยกของหรือสะสางของที่ไม่ใช้ออกจากของที่ยังเก็บไว้ใช้ จัดหมวดหมู่ ใส่กล่อง เขียนป้ายบอกให้รู้ว่าอะไรอยู่ที่ไหน ถ้าเป็นของมีค่าก็เก็บในที่ปลอดภัย ให้บ้านว่างที่สุดเพื่อสะดวกแก่การเข้าไปทำความสะอาดตามจุดต่างๆ ถ้าเราเป็นคนลงมือทำเองก็ให้เริ่มจากพื้นที่ขนาดเล็กไปหาพื้นที่ขนาดใหญ่ เพราะเราสามารถเคลื่อนย้ายข้าวของจากห้องเล็กไปไว้ห้องใหญ่ได้ในขณะทำงาน แต่อาจไม่สามารถย้ายของจากห้องใหญ่เข้าไปในพื้นที่เล็ก ส่วนคนที่ตัดสินใจจ้างมืออาชีพมาทำ งานของผู้ว่าจ้างก็จะเสร็จตั้งแต่สะสางคัดแยกของ นอกนั้นผู้รับจ้างก็จะดูแลเองให้เกือบทั้งหมด ซึ่งความสบายของเราก็ขึ้นอยู่กับของเขตการบริการที่เราว่าจ้าง ถ้าเราจ้างให้เขาทำทุกอย่างก็ไม่ต้องเหนื่อยอะไรมาก แต่ถ้าให้ทำแค่บางส่วนก็อาจจะต้องลงแรงกับงานส่วนที่เหลือเอง ก็เลือกเอาตามความเหมาะสมกับกำลังของแต่ละคนถ้าคิดจะปรับปรุงหรือซ่อมแซมบ้านด้วย ควรให้งาน big cleaning อยู่หลังจากขั้นตอนการก่อสร้างต่างๆเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อที่จะได้เก็บล้างคราบสี ฝุ่นผงต่างๆ จากงานก่อสร้างให้หมดจด และจัดการทำความสะอาด จัดระเบียบต่างๆให้จบในขั้นตอนเดียว หลังจากการทำ big cleaning ก็ได้มีความสุขกับบ้านสวยสะอาดน่าอยู่ และถูกสุขอนามัย